Entry นี้ยาวหน่อยนะครับ



หลายวันที่ผ่านมามีเพื่อนมาขอให้ช่วยทำภาพประกอบหนังสือนิทาน สำหรับโปรเจคจบของเขาให้หน่อย
แต่นิทานที่ว่านี้มันแปลกตรงที่ เป็นนิทานแบบเฟมินิสต์ ผมก็ได้ลองอ่านและทำความเข้าใจในเนื้อเรื่อง
แล้วก็วาดภาพออกมาตามที่เขาขอ ผมคิดว่าเรื่องนี้่เป็นเรื่องที่น่าสนใจดีครับ ตัวละครในเรื่องแสดงออกถึง
สัญลักษณ์บางอย่างและสะท้อนแนวคิดของผู้หญิงที่มีต่อผู้ชาย ถึงแม้ว่าพล็อตเรื่องจะดูแล้วออกตลกร้าย
และก็จบแบบไม่ค่อยจะน่าประทับใจให้ข้อคิดเหมือน เวอร์ชั่นต้นตำหรับก็เถอะ ผมจะเล่าเรื่องย่อ ๆ ละกันนะครับ
ต้นฉบับเป็นภาษาอังกฤษอาจจะมีแปลผิดบ้าง แปลไม่ตรงบ้างเล็กน้อยเพื่อ อรรถรสในการอ่าน
(รูปมีจริง ๆ 7 รูปแต่เอาลงแค่นี้เพราะมันเผาอย่างแรง อายครับ)

กาลครั้งหนึ่งมีเด็กน้อยคนนึงถูกเรียกว่า หนูน้อยหมวกขาวเพราะเธอมักจะสวมฮู้ดสีัขาวปานหิมะอยู่เสมอ เธอ
อาศัยอยู่กับแม่ของเธอ(อดีต)หนูน้อยหมวกแดง ที่กระท่อมชายป่า เธอมีคุณยายคนหนึ่งซึ่งมักจะสวมฮู้ดสีดำ
อยู่เสมอ ๆ คุณยายอาศัยอยู่ในกระท่อมในป่าห่างไกลจากหมู่บ้าน เพราะว่าเป็นที่รู้กันว่าคุณยายนั้นเป็นแม่มด
ที่ทรงพลังมาก ซึ่งคุณยายสามารถคุยกับสรรพสัตว์ได้ และคุณยายยังคอยดูแลรักษาสัตว์ที่ บาดเจ็บในป่า
ดังนั้นบ้านคุณยายจึงมีสัตว์ป่ารายมาล้อมอยู่เสมอ ๆ

วันหนึ่งคุณแม่หมวกแดงต้องการให้หนูน้อยหมวกขาวเอาอาหารและขนมไปเยี่ยมคุณยาย และพักอยู่ซัก 2-3
วันเพื่อเก็บสมุนไพรและพืชผัก ๆ ต่าง ๆ กลับมาให้ หนูน้อยก็รับทำด้วยความยินดีเพราะเธอชอบคุณยายมาก
เธอจึงออกเดินทางคนเดียวไปในป่า อย่างไม่เกรงกลัวเพราะคุณยายได้สอนวิธีเป็นมิตรกับธรรมชาติและสัตว์ป่า
ให้เธอไว้แล้ว ถึงแม้จะเจอหมาป่ากลางทางก็ไม่ต้องกลัวอะไรด้วยการ ให้ความเคารพและการวางตัวที่เหมาะสม
หมาป่าก็จะไม่จู่โจมเข้ามาก่อนแน่นอน

ระหว่างเดินป่าหนูน้อยหมวกขาวได้แวะพักดื่มน้ำที่ลำธารข้างทาง เธอได้พบกับนายพราน 2 คนแบกหมาป่าตาย
แล้วเดินผ่านมา เธอสังเกตว่าหมาป่าตัวนั้นขาขาด และเป็นตัวเมียที่เพิ่งมีลูกได้ไม่นานมากจากเต้านมที่ขยายขึ้นเธอรู้สึก
เศร้ามาก เพราะแสดงว่ามีลูกหมาป่าที่กำพร้าแม่แล้วอาจจะต้องตายเพราะขาดแม่ของมันปกป้อง

"สวัสดีคุณหนูน้อย ดูสิว่าเราจับอะไรได้ ฮ่าฮ่า หมาป่าที่น่ากลัวไงล่ะ" หนึ่งในสองนายพรานพูดขึ้น
"ชั้นไม่ได้กลัวพวกหมาป่าหรอก" หนูน้อยตอบกลับ "ดูสิ่งที่พวกคุณทำสิ ฆ่าแม่ของสัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ช่วยตัวเองยังไม่ได้
ช่างโหดร้ายจริงเชียว"
"ปากดีนี่เราน่ะ ท่าจะต้องสั่งสอนมารยาทกันเสียหน่อยแล้่วล่ะมั้ง" นายพรานผู้นั้นพูดด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว
นายพรานหนุ่มอีกคนที่อยู่ด้วยหัวเราะคิกคักแล้วพูดขึ้น "นี่ลูกพี่ ยัยเด็กนี่โตพอแล้วมั้ง โตพอที่จะทำแบบนั้น
ได้แล้วแน่ ๆ ทำเลยดีมั้ยลูกพี่ หึหึหึหึ"

หนูน้อยได้ยินดังนั้นจึงนึกถึงคำเตือนของแม่ที่ให้ระวังพวกผู้ชายใจทราม ที่คิดจะทำมิดีมิร้ายเด็กผู้หญิงเธอลุกขึ้น
แล้วคว้าไม้กระบองท่อนใหญ่มาไว้ในมือ
"โฮ่... กล้าดีนี่ คุณหนูคงไม่คิดจะลองสู้ชายแข็งแกร่ง 2 คน หรอกมั้งเดี๋ยวจะล้มลุกคลุกคลานเป็นอย่างหมาป่าตัวนั้น
ด้วยเหตุผลโง่ ๆ แค่ไม่ยอมพูดดี ๆ กับเราเนี่ย ว่ามั้ย?"

"ฮึ พวกคุณจะจับฉันด้วยกับดักแล้วตัดขาฉันรึไง" พูดแล้วเธอก็กำไม้ที่ถืออยู่ในมือแน่นขึ้นพร้อมจะโจมตีได้ทุกเมื่อ
ถึงแม้เธอจะรู้ตัวว่าถ้าหากชายทั้งสองคิดจะสู้ขึ้นมาจริง เธอคงจะแพ้แน่นอนก็เถอะ

"เอาเลยลูกพี่วิล จับยัยเด็กนี่เลย จะได้มาสนุกกัน หึหึ"

"อย่ามาแตะต้องชั้นนะ ยายชั้นเป็นแม่มดผู้ยิ่งใหญ่ถ้าแกทำอะไรชั้นล่ะก็ ยายชั้นจะสาปแช่งพวกแก แล้วพวกแก
จะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต"

"ชิ ยายแม่มดนั่นน่ะรึ ถ้าแกเป็นหลานของยายคนนั้น แกมันก็สายเลือดของปีศาจละวะ" วิล พูดขึ้น

"ไม่ต้องสนใจหรอกลูกพี่ จับยัยเด็กนั่นเลย เร็วสิ เร็วสิ"

"ช่างหัวมัน ไปกันเถอะ ยัยเด็กนี่ไม่คู่ควรที่จะเสียเวลาสู้ด้วยหรอก เรายังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะนะ รอลโล่"

"โธ่ ไม่ใจเลยลูกพี่ ยัยนี่โตพอแล้วแน่ ๆ น่า ผมอยากทำอะ นะ... นะ..."

"บอกว่าไม่ทำ ก็ไม่ทำสิวะ ไปกันได้แล้ว" แล้วทั้งสองคน ก็เดินหายไปในป่า หนูน้อยรู้สึกโล่งใจที่ไม่ต้องตก
เป็นเหยื่อของชาย 2 คนนี้ แล้วเมื่อหนูน้อยได้ไปถึงบ้านของคุณยายก็ได้เล่าเรื่องทั้งหมดให้คุณยายฟัง

"อ้อ สองคนนั้นเองน่ะหรอ " คุณยายพูดขึ้น "ไอ้คู่นั้นน่ะยังเลวเหมือนเดิม ไม่เข็ดจริง ๆ เดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อย
จัดการแก้เผ็ดมัน แต่ตอนนี้เรารีบไปหาลูกของหมาป่าตัวนั้นก่อนที่จะสายเกินไปกันก่อนเถอะ" แล้วทั้งสองคน
ก็ออกไปตามหาลูกหมาป่าและเก็บกลับมาเลี้ยงไว้

เช้าวันต่อมาคุณยายก็ออกไปจัดการ แก้และทำลายกับดักของนายพรานทั้งสองคนทั้งหมด แต่เหลือไว้อันนึง
ที่เอามาวางดักไว้หน้าบ้านของตัวเอง "เอาล่ะ เดี๋ยวเรามาดูกันว่าเราจะจับตัวอะไรได้"

ฝ่ายนายพรานทั้ง 2 เมื่อเห็นว่ากับดักของตัวเองโดนทำลายทิ้งหมดจึงโมโหมาก ทั้ง 2 คนตรงดิ่งมายังบ้าน
ของคุณยายแล้วตะโกนด่าทันที "ออกมาเดี๋ยวนี้นะ ยายแม่มดเฒ่า ข้ารู้ว่าแกเป็นคนพังกับดักของข้า"

"แน่จริงก็เข้ามาจับเลยโว้ย" คุณยายตอบกลับไปเสร็จก็สวมเสื้อคลุมตัวใหญ่ และสวมหน้ากากหมาป่าที่ทำให้
ตัวเธอดูเหมือนหมาป่าตัวมหึมาทันที

ฝ่ายนายพรานได้ยินดังนั้น วิลถือปืนวิ่งเข้าไปหมายจะถีบพังประตูเข้าไป แต่ในขณะที่กำลังจะถีบประตูนั้นก็โดน
กับดักของตัวเองที่คุณยายตั้งไว้ งับขาเข้าให้ รอลโล่ เห็นดังนั้นจึงชะงักไปชั่วขณะ ทันใดนั้นเอง คุณยายในชุด
หมาป่าก็เปิดประตูออกมาพร้อมกับขวานในมือ เห็นดังนั้นรอลโล่ก็ตะโกนลั่นด้วยความกลัว "คุณยาย ฟันใหญ่จัง"
"ก็เอาไว้แด๊กพวกแกไงล่ะ" พูดเสร็จคุณยายก็ลงมือใช้ขวานจามใส่ วิิล รอลโล่วิ่งหนีด้วยความกลัวหายไปทันที

หลังจากนั้นศพของวิลก็ถูกคุณยายแยกส่วนแล้วเอาไปโยนทิ้งในป่าให้พวกหมาป่ากิน....

หนูน้อยหมวกขาวกลับมาถึงบ้านอย่างปลอดภัยคุณแม่ก็ต้อนรับการกลับมาอย่างอบอุ่น
"ไงจ๊ะ ไปทำอะไรที่บ้านคุณยายมามั่งเอ่ย"
"อืม... ก็ช่วยคุณยายให้อาหารหมาป่าค่ะ"

....................

จบ

/me ล้มโต๊ะ มันนิทานเด็กดีตรงไหนกันว้อยย!!! | \(- -)\

เอาล่ะอ่านจบแล้วคิดว่าไงมั่งล่ะครับ หลังจากผมได้อ่านหลาย ๆ รอบผมมาคิด ๆ ดูมีความนัยแฝงไว้นิดหน่อย
และส่วนใหญ่สามารถตีความได้ถึงเรื่องการคุกคามทางเพศ เท่าที่ผมคิดได้ก็มี
1.หนูน้อยหมวกขาว เปรียบเหมือนเด็กปัจจุบันที่มีอันตรายรายล้อมอยู่รอบด้าน ไม่ว่าจะไปไหนก็ต้องระวังตัวเอง
เพราะไม่สามารถพึ่งใครได้ จำเป็นต้องเข้มแข็งเพื่อปกป้องตัวเอง ถึงแม้ว่าถ้าต้องสู้กันจริง ๆ อาจจะแพ้ก็เถอะ
แต่ก็ยังดีกว่ายอมง่าย ๆ ไม่ทำอะไรเลย

2. หมาป่าที่ถูกนาย พรานทั้ง 2 ฆ่า อาจเปรียบได้กับผู้หญิงที่ถูกผู้ชายข่มขืน ผู้หญิงที่โดนข่มขืนนั้นผมเข้่าใจดี
ว่าตายทั้งเป็นน่ะ มันรู้สึกยังไง แถมในเรื่องยังมีบอกว่าลูกหมาป่าจะกำพร้าแม่ อาจหมายถึงเด็กที่อาจจะเกิดจาก
การตั้งครรภ์ ก็ได้เพราถ้าไม่มีคนช่วยเหลืออยู่ได้ไม่นานก็ต้องตาย เปรียบกับการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์
หลาย ๆ คนก็แก้ปัญหาด้วยการทำแท้ง หรือไม่งั้นเด็กอาจจะเกิดมาแต่แม่ อาจจะเลี้ยงดูไม่ได้เลยต้องเอาไปทิ้ง

3.นายพรานทั้ง 2 คน เห็นได้ชัดว่าผู้แต่งต้องการบอกว่าผู้ชายเป็นพวกที่หมกมุ่นอยู่แต่กับเรื่องเพศจริง ๆ บางครั้ง
ก็ยกเอาเหตุผลข้าง ๆ คู ๆ มาข่มขู่หรือต่อรองเพื่อที่จะได้ ....(ละไว้ในฐานที่เข้าใจ) ดังที่เห็นในเรื่องกะอีแค่
พูดจาไม่เข้าหูหน่อยเดียว ก็ฉุนแล้ว แถมอีกคนหนึ่ง ยังจะเอา จะเอา อยู่นั่นแหละ หื่นชิบป๋ง

ผมยอมรับนะว่าผู้ชายแทบทุกคนก็เป็นเหมือนอย่างไอ้นายพรานทั้ง 2 คนเนี่ยแหละแต่ก็คงไม่ถึงขนาดที่่ในหัว
จะมีแต่เรื่องอย่างว่าอ่ะนะ ด้วยความที่เป็นนิทานเฟมินิสต์ ตัวละครผู้ชายมันเลยออกมาแบบนี้
โดยส่วนตัวผมอ่านเรื่องนี้จบผมว่ามันก็โดนใจแหละ เพราะผมเองก็เกลียดไอ้พวกเลว ๆ ที่มันจับผู้หญิงข่มขืน
เหมือนกันยิ่งข่มขืนเด็กนี่ อยากให้มันถูกประหารไม่ก็จำคุกตลอดชีวิตไปซะ ไม่งั้นติดคุกแป็ปเดียวมันก็ออกมา
เดินฉุย แล้วก็เข้าอีหรอบเดิม อย่างน้อยก็ตัดไอ้จ้อนมันทิ้งซะก็จะได้เป็นภัยต่อผู้หญิงน้อยลง

กฏหมายเดี๋ยวนี้ไม่รู้จะมีไว้ทำไมบางทีจะป้องกันตัวเองก็อาจจะกลายเป็นฝ่ายผิดโดยไม่รู้ตัว อย่างกรณีที่เกิดขึ้น
เมื่อไม่นานมานี้ที่มีผู้ชายแอบลอบเข้าบ้านผู้หญิงหมายจะข่มขืน แต่ฝ่ายหญิงรู้ตัวร้องเสียงดังให้คนช่วย แล้วแม่
ของเขาได้ยินเลยเอาไม้ฟาดจน ไอ้ผู้ชายคนนั้นตาย โดยไม่ได้ตั้งใจเพราะกะแค่ให้สลบกลัวมันลุกขึ้นมาทำร้าย
แต่กลับกลายเป็นว่าคุณแม่ต้องโดนข้อหา ฆ่าคนตายโดยเจตนา แทนที่จะเป็นป้องกันตัวเกินกว่าเหตุ

อ่านแล้วเซ็งทำไมกฏหมายต้องไปปกป้องไอ้คนแบบนั้นด้วย มันเห็นอยู่ชัด ๆ ว่าไอ้หมอนั่นมันกะข่มขืนแน่ ๆ แอบ
เข้าบ้านคนอื่นตอนกลางดึกเนี่ย เราไม่มีสิทธิ์ป้องกันตัวเองเลยรึไงถ้าไม่ถูกทำร้ายก่อน ถ้ามันแต่รอให้มันได้ทำแล้ว
จะมาป้องกันตัวเองมันก็สายไปแล้ว ผมล่ะเบื่อไม่รู้เดี๋ยวนี้ประเทศไทยมันเป็นอะไรไปแล้ว...

edit @ 6 Feb 2008 14:09:35 by BlueDemon

edit @ 6 Feb 2008 23:27:32 by BlueDemon

edit @ 6 Feb 2008 23:53:02 by BlueDemon

edit @ 7 Feb 2008 21:13:46 by BlueDemon

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

นิทานมัน....= =+b
ทำใจฮะ บางสิ่งบางอย่างเ๋ดี๋ยวนี้ มันกลา่ยเป็นว่า กฏไม่ปกป้องผู้ถูกกระทำ ผู้ถูกกระทำที่ป้องกันตัวเองถือว่าทำเกินกว่าเหตุไปเกือบซะหมด orz"
แค่ผู้ชายหื่น ๆ ที่เอาแต่มองหน้าอกกับขาของผู้หญิงเราก็เกลียดมากแล้วล่ะนะ ยิ่งถ้ามาปากพล่อยอีกนี่ ...

/me ตะโกน "อยากทำโปรเจคจบแบบนี้มั่งงงงงง"

#2 By Warinmon on 2008-02-07 17:52

เอ่อ ไม่ใช่โปรเจคจบของเราเน่อ
เป็นโปรเจคจบของเพื่อนน่ะ เขาให้ทำหนังสือนิทานประมาณนั้นล่ะมั้ง

#3 By BlueDemon on 2008-02-07 20:40

นิทานเรื่องนี้ทำให้เราได้คิดอะไรหลายๆอย่าง
ถูกใจและตกใจ

คุณยายโหดดีแท้ sad smile

#4 By nidting on 2008-02-07 22:03

รับทราบว่าเป็นงานของเพื่อนปอมตั้งกะอ่านรอบแรกละจ้า ^^

... ฉันอยากย้ายเมเจอร์ (ตอนนี้มันสายไปแล้วเฟ้ย "orz)

#5 By Warinmon on 2008-02-08 17:20

ชอบบทวิเคราะห์มากHot!

#6 By 609 on 2008-02-10 12:34

#7 By ชื่ออะไร (125.27.145.54) on 2008-07-23 14:09

ชื่ออะไร

#8 By o (125.27.145.54) on 2008-07-23 14:10